Red Dot เป้าตาย เกมล่ามือปืนส่องเลเซอร์ปริศนากลางทุ่งหิมะ

ดูซีรี่ย์ Red Dot เป้าตาย เกมล่ามือปืนส่องเลเซอร์ปริศนากลางทุ่งหิมะ นี่เป็นหนังเน็ตฟลิกซ์แท้ๆ ที่ทำเอาเซอร์ไพรส์กับบทและเรื่องราวที่คาดไม่ถึงว่าจะทำได้ดีกว่าที่คิดมาก กับแนวทริลเลอร์แบบจำกัดตัวละครตามประสาหนังทุนต่ำในเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งเรื่องนี้เล่นกันหลักๆ เพียงแค่ 2 คนคือ เดวิดกับนาเดีย สามีภรรยาที่ถูกเป้าปริศนาตามส่อง ตัวละครอื่นนอกเหนือจากนี้คือแทบไม่ได้ปรากฎมาในเรื่อง เพราะจุดขายเรื่องนี้ก็คือ ใครคือมือปืนปริศนาที่ส่องเลเซอร์ (ตามชื่อเรื่อง เรด ดอท) ใส่ทั้งคู่แบบไม่มีเปิดเผยตัวให้เห็น ทำให้คนดูต้องลุ้นระทึกติดตามการเอาตัวรอดไปพร้อมกับชวนขบคิดว่า เรื่องที่แท้จริงแล้วเป็นอย่างไรกันแน่?

หนังเปิดเรื่องช่วงต้นด้วยชีวิตคู่ที่พึ่งเริ่มต้นอยู่ด้วยกันของสองสามีภรรยาที่ระหองระแหงกัน แม้ตอนแรกจะเปิดเรื่องด้วยฉากขอแต่งงานแบบโรแมนติกแปลกๆ ซึ่งหนังเสียเวลาปูตรงนี้ไม่นานแค่ 10 กว่านาที (แต่ก็เป็นจุดสำคัญของเรื่อง) เพื่อจะเข้าไปสู่สถานที่หลักทุ่งหิมะชมแสงเหนือของสวีเดน ซึ่งระหว่างทางก็เปิดปมดราม่าเหยียดผิว เมื่อทั้งคู่ไปเจอกับคนในถิ่นนั้นที่เหยียดคนผิวดำ ซึ่งนาเดียภรรยาของเดวิดก็ตกเป็นเป้า ก่อนจะทะเลาะตอบโต้กันไปมา และก็กลายมาเป็นปมต่อเนื่องมายังทุ่งหิมะเมนหลักของเรื่อง แม้จะดูว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ก็มีความสมเหตุผลในตัว ซึ่งหนังแนวทริลเลอร์ใช้พล็อตความขัดแย้งกับคนท้องถิ่นแบบนี้มีบ่อย คนดูเข้าใจได้เมื่อหน้าหนังเผยให้เห็นแล้วว่ามือปืนในเรื่องมันโรคจิตขนาดไหนกับการเอาเป้าเลเซอร์ไล่ส่องคนในเวลากลางคืน ถึงตัวเรื่องในตอนแรกแม้จะไม่ได้มีฉากยิงกันตรงๆ มีแค่เลเซอร์ที่กวาดไปมาบนตัวจนถึงหัวของทั้งคู่ก็ทำให้คนดูลุ้นอยู่ตลอดเวลาว่าจะปังปืนลั่นกันตอนไหน แถมสุนัขที่ทั้งคู่พามาด้วยก็ตกเป็นเป้าอีก ซึ่งก็แน่นอนว่าคนดูเห็นเจ้าหมานี่ก็รู้เลยว่า นี่คือเหยื่อสังเวยความโรคจิตให้คนดูเห็นก่อนจะมาถึงคิวของตัวละครหลักแน่นอน (ฉากนี้มีความรุนแรงสูง สำหรับคนรักสัตว์อาจจะสะเทือนใจมาก)

หลังเรื่องเริ่มเปิดให้เห็นแล้วว่ามีการล่าจริงไม่ใช่หยอกๆ แบบใช้เลเซอร์ส่องในตอนแรก หนังก็พาให้เดวิดกับนาเดียต้องหนีตายแบบไม่รู้สาเหตุ ระหว่างทางที่หนีตายในทุ่งหิมะก็ต้องเจอกับธรรมชาติสุดโหดไปด้วย ทั้งพายุหิมะ น้ำแข็งแตก แต่หนังก็ไม่ได้ใช้พวกนี้มาก เพราะหลักๆ แล้วคือการตามล่าของมือปืนปริศนา ที่ดูชำนาญในเกมล่ากลางทุ่งหิมะกลางคืนมาก ถึงขั้นมีพลุไฟส่องแสงไว้ล่าเหยื่อที่หนีไปในความมืดด้วย ซึ่งพอมาเป็นการล่าคนแล้วกลายเป็นแค่พลุก็น่ากลัวไปในทันที ทั้งยังมีการวางกับดักล่อให้ทั้งคู่ไปติด ประหนึ่งว่านี่เป็นเกมล่าสัตว์ที่เปลี่ยนมาเป็นคนแทน

จุดสำคัญของเรื่องคือการพยายามปกปิดมือปืนคนนี้อยู่ตลอดเวลา โดยให้เห็นแค่ลางๆ ในบางครั้งเท่านั้น ซึ่งนี่คือความแยบยลของเรื่องมาก จากที่เรื่องเหมือนจะเดาง่าย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ใช่ไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งที่เรื่องเริ่มเผยอะไรแปลกๆ ให้เห็น จากมุมมองของเดวิดที่บาดเจ็บหนักกับภาพหลอนปริศนา พร้อมกับแฟลชแบ็คไปยังเหตุการณ์อื่นในอดีตของนาเดียที่เป็นปริศนาเช่นกัน รวมถึงบทสนทนาแปลกๆ เรื่องลูกในท้องของนาเดียที่พึ่งมาบอกเดวิดในตอนนี้ ทำให้คนดูเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวเรื่องมีอะไรมากกว่าที่ปูมาในตอนแรก ซึ่งหนังก็มาเฉลยเอาช่วงครบชั่วโมงเป็นอีกด้านของเรื่องราวที่ซุกซ่อนอยู่ในช่วง 10 นาทีแรกเปิดเรื่อง ซึ่งเรื่องราวหลังจากนั้นผิดคาดและแตกต่างจากเกมล่าในตอนแรกกลายมาเป็นความโหด ซาดิสม์ ของคนร้ายที่ทรมานเหยื่อด้วยมือของพวกเขาเอง ไอเดียบรรเจิดแบบน้องๆ SAW เลยทีเดียว จนดูโหดกดดันมากกว่าตอนแรกเข้าไปอีก แต่เรื่องก็ยังเซฟตัวเองไว้ไม่ถึงขั้นมีฉากแหวะ เพราะยังต้องตั้งอยู่ในสมมุติฐานของความเป็นไปได้จริงในเรื่องอยู่ด้วย (ไม่ได้เป็นแบบหนังเน้นแหวะ)

แต่จุดที่เด็ดสุดของเรื่องคือตอนจบที่ชวนช็อค นอกจากจะแหวกแนวสูตรสำเร็จทั่วไปแล้วยังกล้าจบแบบแตกต่าง โดยการให้ความหวังกับคนดูก่อนว่าจะจบแบบที่คิด แต่หนังกลับฉีกตัวเองออกไปจบอีกแบบ แม้จะไม่ได้แปลกใหม่ เคยมีแล้ว แต่ก็เป็นฉากจบที่คนทำต้องกล้า เพราะมันค่อนข้างหักหาญใจคนดูพอสมควรเลย แต่ก็ทำให้สมเหตุผลในตัวเองเช่นกันที่จบแบบนี้ครับ

แม้เรื่องจะเขียนบทได้ค่อนข้างสมเหตุผลมีที่มาที่ไปจนจบได้ดี แต่ก็มีจุดบอดใหญ่ของเรื่องคือ เหตุการณ์ระหว่างทางที่ไม่สมเหตุผล มี 2 ครั้งในเรื่อง เมื่อตัวเอกสู้กลับทำร้ายคนที่มาตามล่าได้แล้ว แต่กลับไม่ชิงปืนหรือซ้ำคนที่มาตามล่าให้ตาย แม้แต่จับมัดไว้ก็ยังดี แต่กลับให้ทั้งคู่วิ่งหนีต่อไปอีก ซึ่งถือว่าไม่สมเหตุผลมากจนชวนงงว่าเขียนบทแบบนี้เพื่ออะไร กลัวหนังจบไวงั้นหรือ แม้ต่อมาหนังจะพยายามเฉลยความจริง และนำตรงนี้กลับมาใช้ในเหตุการณ์สำคัญตอนหลังอีกครั้ง แต่มันก็กลายเป็นจุดบอดสำคัญของเรื่องที่แย่ชวนให้ไม่สมเหตุผลเพิ่มเข้าไปอีก

RELATED POST

หนัง Things Heard & Seen แว่วเสียงวิญญาณหลอน

ถูกดัดแปลงมาจากวรรณกรรมระทึกขวัญชื่อ All Things Cease to Appear ผลงานการเขียนของเอลิซาเบธ บรันเอจ กำกับและเขียนบทภาพยนตร์โดย เชอรี่ สปริงเกอร์ เบอร์แมน และโรเบิร์ต พูชินี่ บอกเล่าเรื่องราวของคู่รักนักศิลปะอย่างแคทเธอรีน (อแมนด้า ไซย์ฟรีด) และจอร์จ (เจมส์ นอร์ตัน)…

‘เลิฟ แอนด์ มอนสเตอร์’ ‘Love and Monsters’

ผลงานจากผู้กำกับอย่าง Michael Matthews ที่เคยกำกับ ‘Five Fingers for Marseilles’ ที่เป็นหนังระทึกขวัญย้อนยุคมาก่อน และเคยเป็นทั้งโปรดิวเซอร์และผู้กำกับของหนังสั้นอีกสองเรื่อง แน่นอนว่าชื่ชั้นของเขาคงไม่สูงส่งมากมายนัก แต่ครั้งนี้ เขาได้งานที่ต้องเล่นกับเอฟเฟกต์ มีความแฟนตาซีผจญภัย แถมยังได้ทำงานกับนักแสดงที่ผ่านหนังใหญ่มาพอสมควร เมื่อโลกเผชิญเหตุดาวเคราะห์น้อยนาม อากาธา 616 ที่เตรียมโหม่งชนโลก มนุษย์จึงร่วมมือกันระดมยิงทุกอย่างเข้าใส่หมายทำลายให้แหลกเป็นจุล…

หนัง The Legend of Dugu (ตำนานสกุลตู๋กู)

นำเสนอเรื่องราวในยุคราชวงศ์เหนือใต้ ซึ่งเป็นยุคแห่งความขัดแย้ง สงครามกลางเมือง และเป็นยุคที่มีการผลัดแผ่นดินบ่อยครั้ง เนื้อหากล่าวถึงสกุลตู๋กูซึ่งถูกใต้หล้าจับตามองเพราะคำทำนายที่ว่า “ตู๋กูเทียนเซี่ย” (ใต้หล้าของตู๋กู) คำทำนายดังกล่าวทำให้แม่ทัพใหญ่อย่าง “ตู๋กูซิ่น” รู้สึกลำบากใจ แต่ลูกสาวสองคนของเขาต่างหวังว่าตนคือคนที่จะทำให้คำทำนายเป็นจริง “ตำนานสกุลตู๋กู (The Legend of Dugu)” เรื่องราวของตำนานการก่อเกิดราชวงศ์ถังอันเกรียงไกร ตามคำทำนายที่ว่า “ดาวกษัตริย์มิแน่นอน ตู๋กูครองแผ่นดิน”…

หนังใหม่ AWAKE ดับฝันวันสิ้นโลก

จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามนุษยชาติสูญเสียความสามารถในการนอนหลับไปโดยสิ้นเชิง? หลักฐานความหายนะอย่างที่เรียบง่ายนี้เปิดโลกของ “Awake” ของ มาร์ก ราโซ ทำให้เกิดความโกลาหลทุกหนแห่ง เนื่องจากมนุษยชาติตกอยู่ในความบ้าคลั่งทุกครั้งที่ตื่นขึ้น ยกเว้นแต่จะพบวิธีรักษาปาฏิหาริย์ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน Table of Contents หนังตัวอย่าง รีวิวหนัง สปอยหนัง สรุป หนังตัวอย่าง รีวิวหนัง เรื่องราวของมนุษยชาติ ที่ตกอยู่ในความบ้าคลั่งทุกครั้งที่ตื่นขึ้น…