อัตราแลกเปลี่ยนส่งผลต่อการลงทุนอย่างไร

อัตราแลกเปลี่ยนส่งผลต่อการลงทุนอย่างไร หากใครที่ได้ติดตามข่าวเศรษฐกิจอยู่เป็นประจำ น่าที่จะเคยได้ยินคำว่า ‘เงินบาทแข็งค่าขึ้น’ หรือ ‘เงินบาทอ่อนตัวลง’ มาบ้าง แล้วเคยสงสัยหรือไม่ว่า เงินบาทแข็ง เงินบาทอ่อน คืออะไร เกี่ยวอะไรกับเรา และจะส่งผลต่อการลงทุนของเราอย่างไร สามารถหาคำตอบได้จากบทความนี้

อัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate) คือ ราคาของเงินสกุลหนึ่งเทียบกับเงินอีกสกุลหนึ่ง องค์ประกอบหลักของอัตราแลกเปลี่ยนจึงมี 2 ส่วนคือ เงินสกุลท้องถิ่นกับเงินสกุลต่างประเทศ ซึ่งสามารถแสดงราคาได้สองแบบ ดังนี้

แบบแรก ราคาเงินสกุลต่างประเทศที่แสดงเป็นเงินสกุลท้องถิ่น ส่วนแบบที่สองราคาเงินสกุลท้องถิ่นที่แสดงเป็นเงินสกุลต่างประเทศ เช่น เงิน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับเงินบาท 33 บาท ในทางกลับกัน เงิน 1 บาท เท่ากับเงิน 0.03 ดอลลาร์สหรัฐ

ปัจจัยที่ส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน ได้แก่ อัตราดอกเบี้ย การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความต้องการซื้อขายสกุลเงิน ซึ่งสามารถอธิบายได้ดังนี้

-อัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยที่สูงจะดึงให้เงินไหลเข้าประเทศ โดยธรรมชาติแล้วเงินจะไหลจากที่ที่ให้ผลตอบแทนต่ำไปหาที่ที่ให้ผลตอบแทนสูง ที่ใดให้ผลตอบแทนสูง เงินระยะสั้นจะไหลไปที่นั้น ส่งผลให้เงินสกุลที่มีดอกเบี้ยสูงแข็งค่าขึ้น หากเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่องค่าเงินก็จะแข็งค่าค่อนข้างมาก

-การเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งจากปัจจัยนี้จะสะท้อนได้ว่า ประเทศที่มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่า หรือมีอัตราการขยายตัวที่ดีกว่า มีแนวโน้มที่ธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อช่วยยับยั้งการขยายตัวของอัตราเงินเฟ้อ และจากปัจจัยข้างต้นที่กล่าวมาว่า อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเป็นตัวดึงดูดกระแสเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามา และอุปสงค์ของเงินที่ค่อนข้างมากจะทำให้มูลค่าของเงินมากขึ้นด้วยนั่นเอง

-ความต้องการซื้อขายสกุลเงินมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยน โดยเป็นเงินที่ไหลเข้ามาจากการค้าขาย การส่งออกสินค้า และจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศ เงินที่ไหลเข้าประเทศในส่วนนี้มีผลต่อค่าเงินบาทอย่างไร คำตอบคือ การทำธุรกรรมในประเทศไทยต้องใช้เงินบาท เงินสกุลต่างประเทศที่ไหลเข้ามาจึงต้องแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท เมื่อมีความต้องการซื้อสินค้า (ซึ่งหมายถึงเงินบาท) จากผู้ส่งออก หรือนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ราคาเงินบาทก็จะแพงขึ้นหรือแข็งค่าขึ้น

อัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อเศรษฐกิจไทย ในทางหนึ่ง อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วหรือมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ประเทศสูญเสียความสามารถในการแข่งขันด้านราคา (เพราะเงินบาทแพงขึ้น) หรือทำให้รายได้จากการส่งออกที่แปลงมูลค่าเป็นเงินบาทลดลง ส่งผลต่อเนื่องไปยังค่าจ้างของแรงงานในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก และอาจทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจชะลอลง เช่น หากธุรกิจส่งออกมีกำไรจากการขายสินค้าอยู่ที่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ธุรกิจก็จะมีเงินกลับเข้ามาในประเทศที่ 33 ล้านบาท แต่ถ้าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเป็น 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (เงินบาทแข็ง คือ ใช้เงินบาทน้อยลงในการแลกเงินสกุลต่างประเทศ) ธุรกิจจะเหลือเงินกลับเข้ามาในประเทศเพียง 30 ล้านบาท ดังนั้นสำหรับธุรกิจส่งออกและท่องเที่ยวจะชอบค่าเงินอ่อนมากกว่าค่าเงินที่แข็ง

อย่างไรก็ตาม ในทางตรงกันข้าม อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นจะมีส่วนช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าของผู้ผลิต รวมถึงมีส่วนช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของค่าครองชีพของผู้บริโภคอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาพลังงานในตลาดโลกปรับขึ้นเร็ว เช่น หากธุรกิจที่ต้องนำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศ สมมติว่าต้นทุนสินค้าอยู่ที่ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ธุรกิจจะต้องจ่ายเงินค่าต้นทุนนำเข้าสินค้าที่ 30 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากเงินบาทอ่อนค่าลงเป็น 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ (เงินบาทอ่อน คือ ใช้เงินบาทมากขึ้นในการแลกเงินสกุลต่างประเทศ) ธุรกิจจะต้องจ่ายเงินค่าต้นทุนสินค้าเป็นเงินถึง 33 ล้านบาท จะเห็นว่าต้องจ่ายแพงกว่าถึง 3 ล้านบาท ดังนั้นสำหรับธุรกิจที่นำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศจะชอบค่าเงินที่แข็งมากกว่าค่าเงินอ่อน

อัตราแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจส่งออก/นำเข้าต้องเผชิญ โดยการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนจะมีผลให้กระแสรายได้หรือรายจ่ายในรูปเงินบาทของธุรกิจมีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจทำให้เกิดกำไรเพิ่มขึ้น หรือขาดทุนก็ได้ อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนนั้น เป็นสิ่งที่ยากต่อการคาดเดา เนื่องจากมีปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจในประเทศ นโยบายการเงินและการคลัง ภาวะเศรษฐกิจโลก การคาดการณ์และการเก็งกำไร เสถียรภาพการเมืองในประเทศและต่างประเทศ จิตวิทยาตลาด และข่าวลือต่างๆ

แม้ว่าธุรกิจจะไม่สามารถควบคุมความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนได้ แต่ก็สามารถบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยใช้เครื่องมือต่างๆ ที่เหมาะสมในการป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้า เช่น การทำสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า เพื่อให้สามารถบริหารจัดการรายได้และต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

RELATED POST

เผยสาเหตุการเสียชีวิตของอาร์ชีลินด์เฮิร์สต์นักแสดงวัยรุ่น

นักแสดงอาร์ชี Lyndhurst 's สาเหตุของการตายได้รับการเปิดเผยโดยครอบครัวของเขา "การดังนั้นที่น่าอึดอัดใจดาว" ที่เสียชีวิต เมื่ออายุ 19 ในเดือนกันยายนได้รับความเดือดร้อน hemmorhage สมอง ลูซี่ลินด์เฮิร์สต์แม่ของเขาเปิดเผยรายละเอียดที่แพทย์แบ่งปันกับเธอและพ่อของดาราผู้ล่วงลับในโพสต์อินสตาแกรมที่มีความยาวเมื่อวันศุกร์ "เขาเสียชีวิตจากสมองที่เกิดจากเลือดออกเฉียบพลันเม็ดเลือดมะเร็งต่อมน้ำเหลือง / โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว. นี้ไม่ได้เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่เรารู้ว่าคำเฉียบพลันในแง่ทางการแพทย์หมายถึงอย่างรวดเร็ว" ลูซี่ที่ใช้ร่วมกัน แม่ผู้โศกเศร้ากล่าวกับแพทย์ว่า "ขอให้มั่นใจว่าไม่มีใครทำได้เพราะอาร์ชีไม่แสดงอาการป่วย" แพทย์แจ้งให้ผู้ปกครองทราบว่านักแสดงมี…

จีนพบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มขึ้น2เท่า จนต้องออกมาตรการเข้ม

จีนพบผู้ป่วยติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นสองเท่า ทำให้ทางการต้องออกมาตรการเข้ม เช่นในกรุงปักกิ่งผู้โดยสารจะขึ้นรถแท็กซี่หรือบริการเรียกรถส่วนตัวผ่านแอปพลิเคชั่นต้องสแกนโค้ดสุขภาพก่อน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 ม.ค.ว่า หน่วยงานสาธารณสุขของจีนแถลงว่า พบผู้ป่วยใหม่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19จำนวน 69 รายเมื่อวันเสาร์ที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา เทียบกับ 33 รายของวันศุกร์ที่ 8 ม.ค. นับเป็นตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นถึงสองเท่า…

Beyoncéเสนอเงินช่วยเหลือ 5K $ สำหรับผู้ที่ต้องเผชิญกับการถูกขับไล่การยึดสังหาริมทรัพย์ท่ามกลางโรคระบาด

Beyoncéกำลังให้ความช่วยเหลือผู้ที่อาจสูญเสียบ้าน เพลงไอคอน 39 ปีประกาศเมื่อเดือนปลายเดือนที่ผ่านมาว่าเธอเสนอขายทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่ $ 5,000 ถึง "ให้กับประชาชนและครอบครัวหันหน้าการยึดหรือขับไล่" ในการประกาศบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเธอ ความคิดริเริ่มที่เกิดจาก ของBeyoncé BeyGOOD กุศลซึ่งยังเสนอ $ 10,000 ทุนเพื่อธุรกิจขนาดเล็กกว่า 250 หันหน้าไปทางความยากลำบากท่ามกลางการแพร่ระบาด coronavirus ขณะนี้องค์กรได้เริ่ม…

บอริสจอห์นสันประกาศปิดกั้นโคโรนาไวรัสยังคงเพิ่มขึ้น

อังกฤษนายกรัฐมนตรีบอริสจอห์นสันสั่งออกโรงชาติผ่านกลางเดือนกุมภาพันธ์ในความพยายามที่จะต่อสู้กับความแตกต่างจากหนึ่งcoronavirusที่ยังคงแพร่กระจายอย่างรวดเร็วในภูมิภาค<!--more-->   ภายใต้กฎที่กำหนดให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุดโรงเรียนประถมและมัธยมและวิทยาลัยจะปิดการเรียนรู้แบบตัวต่อตัวยกเว้นบุตรหลานของผู้ปฏิบัติงานสำคัญ นักศึกษามหาวิทยาลัยจะไม่กลับมาจนกว่าจะถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นอย่างน้อย ธุรกิจที่ไม่จำเป็นเช่นร้านทำผมและร้านอาหารจะปิดให้บริการแม้ว่าร้านอาหารจะสามารถให้บริการจัดส่งได้ก็ตาม ณ วันจันทร์ที่ผ่านมาประเทศอังกฤษรายงานผู้ป่วย COVID-19 ในโรงพยาบาลมากกว่า 26,600 คนซึ่งเพิ่มขึ้น 30% จากสัปดาห์ที่แล้ว "ตอนนี้เรามีไวรัสสายพันธุ์ใหม่และมันทั้งน่าหงุดหงิดและน่าตกใจที่ได้เห็นความเร็วในการแพร่กระจายพันธุ์ใหม่" จอห์นสันกล่าวในที่อยู่ นอกจากนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาสกอตแลนด์ประกาศว่าจะดำเนินการ ปิดกั้นโคโรนาไวรัส มาตรการใน สกอตแลนด์ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันอังคารและยังคงมีผลบังคับใช้จนถึงสิ้นเดือนนี้เป็นอย่างน้อยจะขอให้ประชาชนเดินทางออกนอกบ้านเพื่อวัตถุประสงค์ที่จำเป็นเท่านั้นและ จำกัด…